ขอบคุณพวงหรีดจากร้าน http://www.thaiflorists.com
————————————————————
สวัสดีทุกท่านที่แวะมาอ่าน
NOKNATION เป็นเว็บบล็อกเฉพาะกิจกรณี Blog Editor Ok Nation ขาดจรรยาบรรณและจริยธรรมอันน่าเชื่อถือในการเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์โอเคเนชั่น เราจึงจัดทำเว็บล็อคนี้ขึ้นมาเพื่อรวบรวมลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวนี้ เพื่อให้ง่ายแก่การติดตามศึกษากรณีพิพาทระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการเว็บล็อค ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถลงลิงค์ต่างๆในช่องแสดงความคิดเห็น หรือกรณ๊ผู้อ่านท่านใดที่ได้รับความไม่เป็นธรรมไม่ว่ากรณีการแบนเว็บล็อคของท่านอย่างไม่สมเหตุสมผล หรือกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
———————————————-
รวมลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
————————————————————
1.ขอไว้อาลัยแด่เสรีภาพของสื่อและเว็บมาสเตอร์โอเคเนชั่น
http://putushon.wordpress.com/2008/01/08/xxx/
2.คำสั่งของพี่รอง
—
นอกเหนือไปจากการปิดเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน (อ่านเพิ่มเติมใน FACT) บล๊อกเกอร์ไทยจำนวนไม่น้อย กำลังต่อสู้กับการถูกเซ็นเซอร์ ไม่ใช่จากพี่ใหญ่อย่างรัฐบาลโดยตรง แต่เป็นพี่รองอย่างเจ้าของผู้ให้บริการบล๊อก
เห็นโพสเรื่อง ขอไว้อาลัยแด่เสรีภาพของสื่อและเว็บมาสเตอร์โอเคเนชั่น ของคุณปุถุชน บนบล๊อกสาธารณรัฐกวีนิพนธ์ ขึ้นเป็นโพสแนะนำของ WordPress ภาษาไทย ลองเข้าไปดู แล้วเห็นว่าน่าสนใจ และมีประเด็นที่ควรนำมาคิดต่อ
คุณปุถุชน รายงานว่า account ของคุณปุถุชนบน OK Nation ถูกลบไปเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ต่อจากนั้นไม่ถึงเดือนบล๊อกของคุณปุถุชน ก็ถูกลบไปแต่ไม่เท่านี้ ก่อนหน้านั้น ก็มีบล๊อกบน OK Nation โดนปิดไปสองสามราย เช่น กรณีของ บล๊อกลมหายใจสุดท้าย (อ่านฉบับสำเนาได้ที่บล๊อกของคุณปุถุชน) หรือบล๊อก สำนักข่าวอิสระ (Google เก็บ cache ไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่นานเท่าไหร่)
โดยทั่วไป บทบาทของผู้ให้บริการชุมชนออนไลน์ในการเซ็นเซอร์ ไม่ใช่เพียงแต่บล๊อกอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงบรรดาเว็บบอร์ด และชุมชนออนไลน์อื่น ๆ ด้วย มักจะถูกกดดันจากรัฐ และสังคมไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อม ในการดำเนินการเซ็นเซอร์ ซึ่งการเซ็นเซอร์ด้วยการอ้างเงื่อนไขอย่าง ไม่ลามก อนาจาร ไม่ส่อเสียด ไม่กระทบสถาบันทั้งสาม ฯลฯ ต่างก็เป็นผลกระทบทั้งจากรัฐ และสังคม แน่นอนว่า เราจะเห็นกฏ ระเบียบประมาณนี้ เวลาเราจะสมัครสมาชิก ซึ่งผู้ให้บริการไหน ๆ ก็ไม่ต่างกัน
หากแต่ เมื่อเราตีกรอบให้แคบ เฉพาะประเด็นทางการเมือง ยิ่งต้องจับตามองกันเป็นพิเศษ กล่าวคือ ชุมชนออนไลน์ โดยเฉพาะชุมชนบล๊อกเกอร์ ที่มีผู้ให้เป็นบริการเป็นสื่อเก่า อย่างสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สำนักข่าว เป็นต้น ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีแนวโน้มจะมีวาระทางการเมือง (ทั้งที่ซ่อนเร้น และไม่ซ่อนเร้น) มากกว่า ผู้ให้บริการ ที่ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ สื่อสารมวลชนแบบเก่า (หลายคนอาจจะแย้งว่า พันทิป นี่การเมืองจ๋า แต่ผมกลับเข้าใจว่า วาระของชุมชนในพันทิป มันเกิดขึ้นที่ตัวชุมชนเอง ไม่ได้เกิดจากผู้ให้บริการ “เป็นหลัก”)
ซึ่งเมื่อกลับมามองที่กรณีของ OK Nation ก็ค่อนข้างจะน่าสนใจ เพราะในบ้านเรา เท่าที่ผมทราบ ก็มีสื่อมวลชน 3 เจ้า ที่มีชุมชนบล๊อกเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ได้แก่ OK Nation ของเครือเนชั่น mBlog ของเครือผู้จัดการ และ blogazine ของประชาไท ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าผู้จัดการและประชาไท มีวาระทางการเมืองที่โจ่งแจ้ง ในขณะที่เนชั่นเอง ถึงแม้ว่าจะถูกกล่าวหา โจมตีอย่างมาก ในช่วงรัฐบาลทักษิณ เกี่ยวกับความเอนเอียงในการนำเสนอข่าว แต่ก็ดูเหมือนว่า ภาพของความเอนเอียง ยังก้ำกึ่ง คนทั่วไปยังไม่สามารถเดาออกได้ว่า ไปทางไหน นอกจากนี้ เนชั่นเอง พยายามสร้างภาพ และเป็นแกนนำในเรื่องของการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทำให้ภาพความเชื่อมั่น และความเป็นกลาง ค่อนข้างจะยังหลงเหลืออยู่ในองค์กรนี้อยู่บ้าง ในสายตาคนภายนอก
โดยเฉพาะในหน้า “เกี่ยวกับเรา” ของ OK Nation ก็ประกาศชัดเจนว่า
OK nation เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างสถานที่สำหรับอิสระทางปัญญา ทุกคนมีสิทธิเขียน เผยแพร่ความคิดผ่านอินเทอร์เน็ต ช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเนชั่นกรุ๊ป ในฐานะสื่อที่ทำหน้าที่ ตรงไปตรงมา ด้วยความน่าเชื่อถือ ทันเหตุการณ์ อย่างสร้างสรรค์ เปิดบล็อกสำหรับทุกท่าน เพื่อบอกเล่าเรื่องราว สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ประสบการณ์ ความรู้ ถ่ายทอดสู่ผู้อื่น ร่วมแสดงความเห็นอย่างเสรี
ดังนั้น จึงออกจะเป็นเรื่องที่เหมือนการขัดขาตัวเองอยู่ไม่น้อย กับการแอบลบ แอบปิดบล๊อกของ OK Nation จริงอยู่ที่ เงื่อนไขของการสมัครสมาชิก กำหนดไว้ว่า
- กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน และตรงตามเป็นจริง
- การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
- ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
- เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
แต่บทสรุปสุดท้าย ที่เขียนว่า
“OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและความคิดเห็นนั้นๆ”
ก็เหมือนเป็นการขีดคร่อม 4 ข้อข้างต้นทิ้ง แล้วบอกว่า สิทธิทั้งหลายทั้งปวง ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียว เพราะฉะนั้น อะไรก็เป็นเหตุผลที่ชอบด้วยระเบียบข้อนี้ได้ทั้งนั้น ถึงแม้ OK Nation จะไม่กำหนดว่า “ห้ามคนที่คิดเห็นไม่ตรงกับเครือเนชั่น สมัครสมาชิก” แต่ในทางปฏิบัติ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย ที่จะเอาเกณฑ์ข้อนี้ มาอ้างเป็นการภายในอย่างไรก็ตาม
เมื่อลองตรวจสอบดูกับชุมชนบล๊อกเกอร์ของสื่อมวลชน อีกสองค่าย อย่าง mBlog กับ blogazine ที่มีจุดยืนทางการเมืองที่โจ่งแจ้ง กลับไม่ปรากฏเงื่อนไขการสมัคร เหมือนอย่างกับของ OK Nation ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ค่อยได้ยิน ข่าวเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ของชุมชนทั้งสองแห่ง ทั้งนี้ ผมจึงตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า การเลือกผู้ให้บริการชุมชนบล๊อกเกอร์ของไทย มีผลต่อความรุนแรงของการเซ็นเซอร์ เนื่องจาก คนที่คนจะสมัคร mBlog หรือ Prachatai (หรือแม้แต่ชุมชนออนไลน์บางแห่ง) ก็ต้องตระหนักอยู่แล้วว่า ข้อคิดเห็น ข้อเขียน นั่นสอดคล้อง กับองค์กรผู้ให้บริการหรือไม่ อย่างไร แต่ในกรณีของ OK Nation ที่ยังก้ำกึ่งในจุดยืนทางการเมือง อาจทำให้ความหลากหลายของคนใช้มีมากกว่า และแน่นอน ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่เข้ากับ OK Nation
จริง ๆ จะยิ่งน่าสนใจมากกว่านี้ หากมีคนจะทดสอบ OK Nation ด้วยการเขียนบล๊อกโจมตีเนชั่นล้วน ๆ ไม่รู้ว่า เนชั่นจะเก็บภาพความเป็นกลาง ได้มากน้อยเพียงใด
ดังนั้น สำหรับคนที่กำลังมองหาที่สิงสถิตย์บล๊อกของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่อาจจะต้องใช้ถามตัวเอง คือ เราจะมีอารมณ์ไหนมั๊ย ที่วันนึงเกิดนึก อยากจะพิเรนทร์ หรือเขียนเรื่องที่ไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป (บางทีก็ตอบยากเหมือนกันนะ) ถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้ให้บริการ ที่เป็นสื่อ ก็ไม่น่าเหมาะกับบล๊อกของคุณ
ถึงแม้ว่าบรรดา ผู้ให้บริการชุมชนบล๊อกเกอร์ ที่เป็นสื่อเก่า ที่พยายามจะก้าวข้ามเขตแดน และมีส่วนร่วมกับการสร้างสื่อภาคประชาชน ดูจะเป็นสิ่งที่สวยงาม และน่านับถือ ในการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพตัวเอง นอกจากนี้ ชุมชนที่เกิดขึ้น ยังเป็นชุมชนที่เน้นเนื้อหาสาระ มากกว่า ชุมชนที่เน้นไดอารี่ทั่วไป แต่กระนั้น ก็ต้องพึงระวังไว้เสมอว่า งานบรรณาธิกร ก็ดูเหมือนจะยังไม่เป็นงานถนัดของบรรดาพวกเค้าอยู่ดี
ปล. ผมไม่ได้เป็นเจ้าของ ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการบล๊อก หรือสื่อสารมวลชนใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งในและต่างประเทศ และถึงแม้ว่าผมจะใช้บริการของ WordPress ฟรี แต่ผมก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือไปจากนี้
เพิ่มเติม: พลันที่เขียนโพสนี้เสร็จ ไปดูอีกที มีคนใน OK Nation เอาไปโพสไว้บนบล๊อกของตัวเอง ก็โดนแบนทันที (อ่านเพิ่มเติม) ถ้าคนของ OK Nation มาอ่าน ผมไม่ได้ต้องการจะโจมตี เพียงแต่อยากจะส่งสัญญาณว่า ถ้าคุณเห็นว่า อะไรที่มันไม่เหมาะสม ก็ชี้แจงด้วยเหตุผลไปเถิดครับ คนที่คุณคิดว่าเค้าไม่เข้าพวกกับคุณ จะได้ทำตัวได้ถูก ว่าเค้าควรจะทำตัวอย่างไร อย่างน้อย ก็ให้เวลาเค้าได้เก็บเอาทรัพย์สินทางปัญญา ที่คุณเชิญชวนให้เค้ามาฝากไว้กับคุณตอนแรก ย้ายออกไปรักษาไว้ที่อื่น
<!– –>